9 ตามรอยรวย

               นิตยสาร “ฟอร์บ” ในทุกๆปีนั้นจะมีการจัดอันดับรายชื่อ มหาเศรษฐีอันดับโลก หากใครติดตามอยู่ประจำจะรู้ได้ว่าคนที่ได้ขึ้นนั้นก็จะมีแต่มหาเศรษฐีหน้าเดิม ๆ อย่าง บิลเกตส์ ,วอเรน บัฟเฟต,คาร์ลอส สลิม ฯลฯ สลับกันไป ซึ่งก็ขึ้นอยู่ที่ว่าปีไหนใครปรับตัวให้เข้ากับเศรษฐกิจโลกได้ดีกว่ากัน แต่ช่วงหลังมานี้ก็มีรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ที่ไล่อันดับมาอย่างรวดเร็ว แต่หลายคนคงคิดว่าเราจะเอา 9 อันดับมหาเศรษฐีมาเป็นคอนเทนท์แน่เลย คุณคิดผิดครับ เราจะมาบอก 9 หลักการของมหาเศรษฐีเหล่านี้กันต่างหากล่ะ

             1.ลูกจ้างVSนายตัวเอง
ทุกคนในรายชื่อมหาเศรษฐีของ ฟอร์บ นั้นไม่มีใครเลยแม้แต่คนเดียวที่เป็นลูกจ้าง ไม่มีใครที่เป็นลูกจ้าแล้วเป็นมหาเศรษฐีได้ครับ ทุกคนล้วนเป็นผู้ก่อตั้งหรือหุ้นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะบิล เกต ที่สร้างไมโครซอฟท์ขึ้นมาด้วยตัวเองหรือวอเรน บัฟเฟต ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในกิจการของตัวเอง นี่คือข้อพิสูจน์ครับ ว่าการเป็นลูกจ้างหรือแม้กระทั่งเป็นบุคคลระดับสูงในบริษัทก็ไม่สามารถทำให้คุณประสบความสำเร็จได้เท่ากับการเป็นนายตัวเอง

             2.สร้างสิ่งใหม่
ยกตัวอย่าง อย่างปัจจุบันซึ่งเป็นยุคไอที มหาเศรษฐีที่กำเนิดขึ้นมาใหม่อย่าง แบรนด์ Facebook หรือ alibaba นั้นล้วนเป็นผู้ที่ทำความเข้าใจกับความคิดมนุษย์และค้นพบสิ่งที่ขาด พวกเขาจึงสร้างสิ่งที่เติมเต็มสิ่งขาดด้วยการสร้างสิ่งใหม่ หรือปัจจุบันที่ผู้คนหันมาให้ความสนใจกับคำว่า Start up นั่นเอง

             3.การเข้าตลาดหุ้น
เพราะการใช้การเติบโตแบบ Organic Growth เพียงอย่างเดียวไม่อาจจะทำให้เอาชนะคู่แข่งได้ พวกเขาจึงต้องหันมาพึ่งกลไกตลาดหุ้นที่ เห็นได้ชัดจาก มหาเศรษฐีจะต้องนำกิจการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นและใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อนำพากิจการให้เติบโตอย่างรวดเร็ว

             4.การและยอมรับที่จะลดสัดส่วนการถือหุ้น
สิ่งที่ตามมาจากการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์นั่นก็คือการลดสัดส่วนการถือหุ้นลงไปให้ผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนสถาบันอย่างเช่นกองทุนหรือนักลงทุนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นที่จะเข้ามาช่วยเสริมกิจการให้แข็งแกร่งขึ้นไม่ใช่เพียงแค่สนับสนุนด้านการเงิน

ในประเทศตะวันตก ผู้ที่ปั้นกิจการมักจะลดสัดส่วนการถือหุ้นของตัวเองลงเรื่อยๆจนไม่ใช่ผู้ถือหุ้นใหญ่ ส่วนประเทศตะวันออกอาจจะยังมีวัฒนธรรมของการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ แต่ทั้งหมดต่างมีแนวคิดที่จะต้องเปิดทางให้ผู้อื่นมาร่วมหุ้นด้วยทั้งสิ้น

              5.ขยายธุรกิจให้เร็ว
เนื่องจากสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่มีแผนธุรกิจที่เน้นความรวดเร็ว ไม่ว่าการจะปรับสินค้าแบรนด์ให้เข้ากับยุคสมัย เจ้าของแบรนด์ไหนสามารถปรับตัวได้การสามารถขยายธุรกิจขยายสาขาได้รวดเร็วเช่นกัน เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ชอบความจำเจ หากปรับจุดนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาที่ธุรกิจจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว

              6.ยอมรับการลงทุนทุกรูปแบบ มหาเศรษฐีแทบทุกคนนั้นไม่มีใครที่จะเป็นเจ้าของกิจการเพียงแค่กิจการเดียวหากสร้างแบรนด์แรกประสบความสำเร็จแล้ว อาจจะมีการลงทุนสร้างธุรกิจที่มีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจเดิมเพื่อต่อยอดสร้างรายได้ให้กับธุรกิจเก่าอีกด้วย

              7.สร้างธุรกิจที่มีแนวโน้มความเป็นไปได้
มีคำกล่าวหลายคำเกี่ยวกับหัวข้อนี้ เช่น “ถูกที่ผิดเวลา”หากเราทำอะไรที่มันไม่ใช่จังหวะของมันหรืออาจจะเลยจังหวะของมันมาแล้วก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ หรือ”ลงทุนผิดธุรกิจ ทำให้ตายก็ไม่มีวันรวย ” ป็นความจริงอย่างแน่นอน แม้จะทำธุรกิจเก่งเพียงใด แต่หากไปลงทุนในธุรกิจที่เป็นตะวันตกดินหรือขาลง โอกาสที่จะรวยจะเกิดขึ้นได้ยาก ผู้ที่จะประสบความสำเร็จจึงต้อง “ฉลาด” ที่จะมองหาธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูงหรือกำลังอยู่ในกระแส

                8.สะสมที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
นอกจากหุ้นแล้ว สินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้หลายสิบเปอร์เซ็นต์ในระยะยาวนั่นคืออสังหาริมทรัพย์ มหาเศรษฐีส่วนใหญ่ของโลกจึงมักจะสะสมที่ดินและเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะตลาดที่มีศักยภาพสูง ทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตรวดเร็ว

               9.อดทนรอซื้อของถูกในช่วงเวลาวิกฤต
มีคำกล่าวว่าคนรวยมักอดทนซื้อของในช่วงที่ทุกคนกำลังหวดกลัว หลายกิจการจึงสามารถเติบโตขึ้นมาได้ภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะในช่วงเวลาที่คนส่วนมากกำลังหวดกลัว จะเป็นช่วงเวลาที่ราคาสินทรัพย์ต่างๆมีราคาถูกกว่าความเป็นจริงเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อกิจการ ตลาดหุ้น อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ผู้คนขาดสภาพคล่องทางการเงิน มักจำใจขายสินทรัพย์ที่ถืออยู่ในราคาถูก

ช่วงที่เศรษฐกิจเฟื่องฟูราคาสินทรัพย์ต่างๆมักจะแพงกว่ามูลค่าที่แท้จริงเสมอ ซึ่งมหาเศรษฐีที่เคยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจจะรอโอกาสเข้าซื้อของถูกทุกครั้ง ผู้ที่คิดจะเป็นมหาเศรษฐี จึงต้องจับจังหวะลงทุนให้สอดคล้องกับวงจรเศรษฐกิจด้วย

ทั้ง 9 ข้อที่ว่ามานี้ต้องควบคู่ไปกับความตั้งใจจริงในการทำธุรกิจด้วยถึงจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีไ้ด้ ที่สำคัญต้องเป็น “คนดี” ด้วย ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ

Please follow and like us:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *